“เจพี เวิลด์” เปิดตัวน้ำมันเครื่องรถ จยย.ระดับพรีเมี่ยมยี่ห้อทอร์ค (Torque) ราคาเข้าถึงง่ายผู้มีรายได้น้อย



       เมื่อพูดถึงนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ สายเลือดนักการเมือง คงไม่มีชื่อใครร้อนแรงไปกว่า นายจักรพันธ์ ประจวบเหมาะ เพราะด้วยวัยเพียง 34 ปี เขาสามารถเป็นผู้ก่อตั้งธุรกิจระดับพันล้าน และสร้างบริษัทในเครือ เจพี กรุ๊ปขึ้น

       ซึ่งมีธุรกิจในกลุ่มมากมาย อาทิ ธุรกิจไอที(iWish),ธุรกิจสินเชื่อ,ธุรกิจยานยนต์ ,ธุรกิจแฟรนไชส์ศูนย์จำหน่ายรถจักรยานและรถจักรยานยนต์มือสองเจ้าแรกและเจ้าเดียวในไทย ภายใต้ชื่อ เจพี เวิลด์ จำกัด (มหาชน), ธุรกิจด้านการสื่อสาร ฯลฯ รวมถึงพอร์ตการลงทุนในหุ้นจากหลักแสน ภายในเวลาไม่กี่ปี สามารถก้าวกระโดดมาเป็นร้อยล้าน จนกระทั่งปัจจุบันพอร์ตของเขาก็ยังเติบโตเพิ่มมูลค่าอย่างต่อเนื่อง

        ล่าสุดนายจักรพันธ์ เจ้าของบริษัทเจพี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) ธุรกิจแฟรนไชส์ศูนย์จำหน่ายรถจักรยานยนต์มือสองเจ้าแรกและเจ้าเดียวในไทย พร้อมด้วย นายสมนึก อาจารี ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ร่วมแถลงข่าว เปิดตัวธุรกิจใหม่อย่างเป็นทางการ ประเดิมปีไก่เอาใจสิงห์นักบิด ด้วยการ “เปิดตัวน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ ระดับพรีเมี่ยม ยี่ห้อทอร์ค (Torque)” ที่โรงแรมไอบิส บางกอก สยาม เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผานมาด้วยราคาเข้าถึงระดับคนชั้นล่างถึงชั้นกลาง จำนวน 3 รุ่นสำหรับบิ๊กไบค์และมอเตอร์ไซด์ทั่วไป ด้วยคุณภาพเหนือกว่าตลาดในราคาเข้าถึงได้ง่าย เครื่องนิ่ง เสียงเบา ลดควันดำ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

        นายจักรพันธ์ เจ้าของบริษัทเจพี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) เล่าว่า บริษัทประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ศูนย์จำหน่ายรถจักรยานยนต์มือสองเจ้าแรกและเจ้าเดียวในประเทศไทย โดยดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลา 7 ปี พร้อมยอดขายเป็นอันดับหนึ่ง เมื่อแฟรนไชส์มอเตอร์ไซด์มีสมาชิกเพิ่มขึ้น จึงมีแนวคิดผลิตน้ำมันเครื่องเป็นสูตรของตัวเองเพื่อขายสมาชิกก่อนแต่เมื่อผลิตออกมามีปริมาณมากจึงเกิดแนวคิดว่า ควรทำตลาดจำหน่ายไปทั่วประเทศ  ซึ่งบริษัทมีความได้เปรียบในตลาดอยู่แล้ว 5% จากการขายให้แก่เฟรนไชส์ของตัวเองที่มีอยู่มากกว่า 120แห่ง อีกทั้งยังมุ่งจำหน่ายผ่านช่องทางอื่น ๆ ด้วย ทั้งร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ทั่วประเทศ ร้านขายน้ำมันเครื่อง และปั๊มน้ำมันขนาดเล็ก โดยมีเซลล์วิ่งขายทั้งตลาดออนไลน์และออฟไลน์

      นายจักรพันธ์ ยังเปิดเผยด้วยว่า สำหรับผลประกอบการของบริษัทในปี 2559 ที่ผ่านมา   บริษัทมีกำไรเป็นมูลค่าประมาณ 7 ล้านบาท ส่วนในปี 2560 คาดหวังมีกำไรเพิ่มเป็น 10 ล้านบาทและมีการเติบโตทุกผลิตภัณฑ์ที่ 30% ซึ่งนอกจากบริษัททำธุรกิจแฟรนไชส์มอเตอร์ไซด์มือสองแล้ว ในอนาคตอาจผลิตภัณฑ์ หมวกกันน็อค ที่บังแดด  เป็นต้น รวมทั้งจะขยายธุรกิจน้ำมันเครื่องไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ประเทศเมียนม่า เนื่องจากเป็นประเทศที่นิยมใช้รถมอเตอร์ไซด์มือสองจำนวนมาก

       ด้านนายสมนึก ผู้จัดการฝ่ายการตลาด อายุ 41 ปี อธิบายถึงผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องที่ผลิตออกมา 3 รุ่น ว่า ประกอบด้วย   รุ่นTORQUE RACER SAE :  เป็นน้ำมันเครื่องเกรดพรีเมียม ผ่านมาตรฐาน API SM,SL,SJ,MERCEDES BENZ 229.1,BMW LONGLIFE OIL,PORSCHE’GL’,JASO MA(4-STOKE MOTORCYCLE OILS) เหมาะสำหรับรถ BIG BIKE ใหญ่ ๆที่กำลังเป็นที่นิยมแต่จากการสำรวจตลาดยังไม่พบว่า มีน้ำมันเครื่องสำหรับรถมอเตอร์ไซด์ขนาดใหญ่หรือบิ๊กไบค์โดยเฉพาะ มีอายุการใช้งาน 10,000 ก.ม. มีราคาขายปลีกที่ 225 บาทต่อลิตร

       รุ่นที่สอง TORQUE THE FAST SAE : 10 W  เหมาะสำหรับรถมอเตอไซด์ 4 จังหวะทั่วไปในตลาด แต่มีอายุการใช้งานนานกว่า โดยอยู่ที่ 7,000 ก.ม. ราคาอยู่ที่ 100 บาท และรุ่นที่สาม SOLAR 4T SAE : 40 เป็นเกรดที่มีราคาถูกเพื่อให้ลูกค้าที่มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงได้ง่าย เหมาะสำหรับรถมอเตอร์ไซด์ มีอายุการใช้งาน 5,000 ก.ม. ราคา 80 บาท

       นายสมนึก อธิบายต่อว่า น้ำมันเครื่องของบริษัทมีจุดเด่นตรงที่ผลิตจากโรงงานที่น้ำมันเครื่องรถจักรยายนต์ที่ได้มาตรฐาน ISO14000 ที่ อ.พระประแดง จ. สมุทรปราการ ในขณะที่มีคุณภาพเหนือกว่าน้ำมันเครื่องในตลาด โดยได้ทำการทดสอบมาตลอดปี 2559 ที่ผ่านมา อาทิ การทดสอบผ่านการนำไปใช้กับรถจักรยานยนต์ของเฟรนไชส์ หรือแม้แต่นำไปทดสอบกับรถในสนามแข่งขันซูเปอร์ไบค์ของเมืองไทย(R2M)

        ทั้งนี้ได้เริ่มนำผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องออกจำหน่ายแล้วนับแต่ต้นปี 2560  โดยมีโปรโมชั่นซื้อ 1 ลัง แถม 1 ลัง รวมมากกว่า 500 ลัง ตั้งเป้าชิงส่วนแบ่ง10% ของตลาดน้ำมันเครื่องภายใน 2 ปีและสามารถจำหน่ายได้ทั่วประเทศภายใน 2 ปี ในขณะที่คาดว่าจะมียอดขายแตะ 20 ล้านบาทต่อไตรมาสหรือ 80 ล้านบาทต่อปี โดยทางบริษัทกำลังรับสมัครตัวแทนจำหน่ายอยู่ โดยเฉพาะตัวแทนระดับภาคก่อนไปกระจายต่อ ซึ่งผู้สนใจสามารถติดต่อมาได้ที่บริษัทสำนักงานใหญ่ ตั้งอยู่  พุทธมณฑลสาย 2 ซอย 21/1 แยก8  แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม.   หรือ โทร. 02-410-2471-2 และ 02-408-1356-7

นงนวล รัตนประทีป รายงาน