“กาสะลอง”เตรียมปล่อยของดี“รักต้องห้าม”



รู้สึกตื่นเต้นมากที่มีโอกาสสัมภาษณ์เจ้าพ่อนิยายอีโรติก เจ้าของนามปากกา “กาสะลอง” ชีวิตจริง  แจ๊ค- จักรกฤษณ์  โชติพรม  เกิดและเติบโตจากครอบครัวเกษตรกรภูมิลำเนาอยู่อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ แต่จับพลัดจับผลูมาเป็นนักเขียนนิยายชื่อกระฉ่อนที่ใครอ่าน ขอแนะนำให้เช็คหัวใจก่อน ไม่งั้นอาจวายได้  เพราะนักเขียนจัดเต็มฉากอีโรติกเลือดกำเดากระฉูด  นักข่าวเคยอ่านผลงานนักเขียนท่านนี้นานมาแล้วก็ชื่นชอบลายเซ็นที่ฉีกแหวกแนว พอมีโอกาสได้พูดคุยแม้ตอนเห็นหน้าอาจตกใจนิดหน่อย แต่เมื่อพูดคุยกับกาสะลองเป็นคนสุภาพ น่ารักเหมือนที่น้องๆนักเขียนบอกไว้ แถมกาสะลองคอยให้คำปรึกษาและแนะนำแก่น้องๆอีกด้วย  ซึ่งล่าสุดกับนิยายทำมือเรื่องใหม่“พี่เขยจอมเถื่อน” ยังจัดเต็มจัดหนักเหมือนเดิม  โดยแจ๊คเปิดใจอย่างหมดเปลือก

                “ผมเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนตาคลีประชาสรรค์ ที่โรงเรียนนครสวรรค์ สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี ศิลปะบัณฑิตจากคณะวิจิตรศิลป์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  นามปากกาที่ใช้คือ“กาสะลอง” มีผลงานนวนิยายเล่มแรกเมื่อกลางปี 2554  ชีวิตเริ่มพลิกผันมาสู่ถนนสายหนังสือด้วยการเริ่มเขียนนิยายครั้งแรกผ่านทางเวปไซต์นิยายออนไลน์แห่งหนึ่งจากนั้นไม่นานก็ได้รับเสียงตอบรับจากนักอ่านภายในระยะเวลาอันรวดเร็วกลายมาเป็นแรงผลักดันให้มุ่งมั่นเขียนนิยายเป็นจริงเป็นจังลงเวปไซต์นิยายออนไลน์เรื่อยมา กระทั่งวันหนึ่งมีสำนักพิมพ์มาเห็นจึงติดต่อขอต้นฉบับเพื่อนำไปจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มเรื่อยมาจนมีผลงานปรากฏสู่สายตาของนักอ่านอย่างต่อเนื่อง  การเข้าสู่วงการนักเขียนของผมค่อนข้างแปลก เพราะผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเป็นนักเขียนหรือจะดำรงชีพด้วยการเขียนนิยาย ตอนนั้นผมทำงานด้านการออกแบบอยู่ในบริษัทส่งออกสินค้าแฮนด์เมดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ บังเอิญมีเพื่อนคนหนึ่งส่งงานออกแบบปกนิยายให้ช่วยทำ และการออกแบบปกทุกครั้งต้องแนบไฟล์เนื้อหามาให้ผมอ่าน เพื่อจะได้ทำปกให้สอดคล้องกับเรื่องราวในนิยาย ทำให้ผมได้อ่านงานแนวโรมานซ์และอีโรติกอยู่ช่วงหนึ่งจนรู้สึกอยากเขียนขึ้นมาบ้าง เพราะมั่นใจว่าเราน่าจะเขียนได้จากนั้นผมก็เริ่มหาข้อมูลว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้นิยายของเราได้รับการตีพิมพ์ จึงเริ่มเข้าไปเขียนนิยายในเวปนิยายออนไลน์ เพราะเห็นว่ามีสำนักพิมพ์เข้ามาจับจองต้นฉบับในนิยายออนไลน์มากพอสมควร ไม่นานก็มีสำนักพิมพ์ติดต่อเข้ามาขอต้นฉบับเพื่อไปตีพิมพ์ จากนั้นผมก็มีผลงานตีพิมพ์เรื่อยมา  นิยายเล่มแรกเรื่อง“พิศวาสไม่ปรารถนา” คือนิยายเรื่องแรกในชีวิตของผมครับ ต้องขอขอบคุณสำนักพิมพ์ธราธรที่ให้โอกาสผมได้ก้าวเข้ามาในถนนสายน้ำหมึก นิยายเรื่องแรกของผมจัดอยู่ในแนวอีโรติกครับ บางสำนักพิมพ์จะระบุว่า 18+ แต่บางทีก็ระบุที่หน้าปกชัดเจนว่า “นวนิยายสำหรับผู้ใหญ่เท่านั้น” ผมรู้จักนิยายตัวเองดี จึงขอเรียกนิยายทุกเล่มของผมว่าเป็น“อีโรติก” เพราะมีการบรรยายฉากรักเร่าร้อนในปริมาณที่เยอะกว่าโรมานซ์ทั่วไป ซึ่งแน่นนอนว่านิยายอีโรติกต้องขับเคลื่อนเรื่องราวด้วยตัณหาราคะ ในระยะหลังๆ ผมจึงไม่เรียกนิยายตัวเองว่าโรมานซ์    นักอ่านส่วนใหญ่จะรู้จักผมในนามปากกา“กาสะลอง” ครับ กาสะลอง เป็นชื่อของดอกไม้ บางคนเรียก“ดอกปีบ” นามปากกาอื่นๆ ก็มี แต่ใช้สำหรับการเขียนอีบุ๊คเท่านั้นครับ บ้างก็เป็นนามลับ ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก เลยไม่ขอเอ่ยถึงจะดีกว่ามั้ย? บางครั้งนักเขียนเพี้ยนๆ อย่างผมก็แอบมีความสุขกับการบอกเล่าเรื่องราวผ่านนิยายโดยไม่จำเป็นต้องให้คนอ่านรู้ว่าเราเป็นใคร..อะคริคริ    เขียนนิยายมากี่ปี? คำถามนี้ทำให้ผมต้องเดินไปที่ชั้นหนังสือ เปิดนิยายเล่มแรกดูว่าพิมพ์ครั้งแรกเมื่อไร ได้ละ..เดือนพฤษภาคม 2554 เป็นวันที่นิยายเล่มแรกวางจำหน่ายนับมาถึงวันนี้ก็ห้าปีครับ  ผมออกกับสำนักพิมพ์ 15 เรื่องครับ เริ่มจากเรื่อง พิศวาสไม่ปรารถนา, ผึ้งกลางไฟ, คฤหาสน์ซ่อนสวาท, คลื่นรักทะเลครวญ, เพลิงพระจันทร์เดิมพันสวาท, ถนนสายพิศวาส, คนเถื่อนที่รักเธอ, ทาสรักคนเถื่อน, หนาวน้ำค้าง, ลางรักรอยสวาท สิบเล่มนี้เป็นผลงานที่ออกกับสำนักพิมพ์ธราธรครับ จากนั้นก็เรื่อง เมียกลางคืน ออกกับสำนักพิมพ์อินเลิฟ และช่วงหลังๆผลงานนิยายที่เป็นรูปเล่มซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นชุดสุดท้ายของงานที่ผ่านสำนักพิมพ์ก็คือผลงานกับสำนักพิมพ์อิงค์ มีด้วยกัน 3 เล่มคือเรื่อง เพลิงรักปฐพี, เพลิงดอกงิ้ว และ “ร้อยคมพยัคฆ์”  ส่วนนิยายทำมือนั้นผมยังมีนิยายทำมือไม่เยอะถึงตอนนี้น่าจะ 6 เรื่องครับ เริ่มจากเรื่อง สามพี่น้องตระกูลดอว์, ร้อยรสรัก, ทาสสวาทคุณอา, ดาวเรืองกับจำปา ,น้องผัว, พิศวาสชำระแค้น มาถึงเล่มล่าสุดที่กำลังขายอยู่ในตอนนี้คือ“พี่เขยจอมเถื่อน” และโปรเจคล่าสุดที่กำลังทำอยู่ตอนนี้คือ “รักต้องห้าม”   ส่วนนิยายที่ผมชอบเป็นการส่วนตัวเรื่อง “คนเถื่อนที่รักเธอ” กับเรื่อง “เพลิงดอกงิ้ว” แต่นิยายที่ทำให้คนอ่านรู้จักและเริ่มติดตามผลงานของกาสะลองก็คือ“พิศวาสไม่ปรารถนา” กับ “คฤหาสน์ซ่อนสวาท”  กับฉายาเจ้าพ่อนิยายอีโรติกที่เพื่อนนักเขียนเรียกขาน ผมคิดเป็นการเรียกกันสนุกๆ แซวกันในหมู่นักเขียนนักอ่านมากกว่าครับ ซึ่งอาจจะมาจากความกล้าเขียนของผม แล้วนักเขียนที่เป็นผู้ชายก็ยังถือว่ามีน้อย ผู้ชายที่เขียนแล้วขายดีในแนวอีโรติกยังไม่เยอะมั้งครับ.. อะคริคริ   สำหรับการไปท่องเที่ยวผมคิดว่าการได้ท่องเที่ยวมันเหมือนการให้รางวัลกับตัวเอง อันที่จริงทุกครั้งที่ไปเที่ยวผมไม่ได้ตั้งใจจะไปหาพล็อต เพราะอยากพักผ่อนมากกว่า แต่สุดท้ายก็ได้พล็อตกลับมาทุกทีเวลาได้เที่ยวได้เปลี่ยนบรรยากาศ มันทำให้เรามองเห็นโลกและชีวิตในมุมใหม่ๆ เรื่องราวรอบตัวที่ได้พบเห็นล้วนเป็นแรงบันดาลใจให้นำมาร้อยเรียงเป็นนิยาย และทุกครั้งที่ไปเที่ยวผมจะเอาโน๊ตบุ๊คติดตัวไปด้วยเสมอ หรืออย่างน้อยก็ต้องมีสมุดบันทึกกับปากกาติดตัวอยู่เสมอ บางครั้งพล็อตมันผุดขึ้นมาได้ตลอดเวลา เวลาเรานั่งนิ่งๆ เงียบๆ แต่ในสมองก็ไม่ได้หยุดคิด ถ้านึกพล็อตหรือไดอะล็อคที่เป็นบทสนทนาของตัวละครได้โดยบังเอิญก็ต้องจดบันทึกเอาไว้กันลืม  การเขียนฉากอีโรติกของนักเขียนชายต่างจากนักเขียนหญิงตรงผู้ชายอาจจะเขียนได้ดิบกว่าหรือเปล่าเอ่ย? แต่ก็สรุปแน่นอนไม่ได้ เพราะนักเขียนอีโรติกผู้หญิงบางคนก็เขียนได้ดิบเถื่อนกว่าผู้ชายและขายดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นคงบอกไม่ได้ว่าอะไรดีกว่ากัน งานอีโรติกมีหลากหลาย ต่างคนก็ทำงานในแนวทางของตัวเอง สุดท้ายนักอ่านจะเป็นคนตัดสิน..เอ๊ะ ตอบตรงคำถามไหมเนี่ย?

                เรื่องล่าสุดเป็นทำมือครับ เรื่อง “พี่เขยจอมเถื่อน” และกำลังเตรียมเรื่องใหม่ที่จะทำมือในลำดับต่อไปก็คือ“รักต้องห้าม” คาดว่าจะเสร็จเป็นรูปเล่มปลายเดือนกรกฏาคมครับ  การมีอีบุ๊คมันเป็นความเปลี่ยนแปลงครับ อีบุ๊คและนิยายทำมือมีเยอะขึ้นในทุกวันนี้ ผมว่ามันเป็นผลพวงของ “การเปลี่ยนแปลง” อีบุ๊คเป็นช่องทางใหม่ของนักเขียน เพราะตอนนี้เป็นขาลงของสื่อสิ่งพิมพ์ที่เป็นรูปเล่มครับ ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการอ่านที่เปลี่ยนแปลงไปของนักอ่าน แม้กระทั่งเด็กอนุบาลก็เริ่มใช้แทบเลตกันแล้ว ทำให้การอ่านไม่ได้จำกัดอยู่ที่หน้ากระดาษอีกต่อไป เพราะคนนิยมใช้มือถือและแทบเลตกันมากขึ้นทุกวัน เริ่มหันมานิยมอ่านอีบุ๊คกันมากขึ้น ส่วนนิยายทำมือที่เยอะขึ้นเกิดจากความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีการพิมพ์อีกเช่นกัน ทุกวันนี้มีวิธีการพิมพ์ที่เรียกว่า ดิจิตอลปริ้นที่สามารถพิมพ์งานออกมาตามความต้องการของเรา (Print on demand) สามารถพิมพ์งานจำนวนน้อยออกมาทดลองตลาดได้ง่าย นักเขียนบางคนพิมพ์ตามยอดสั่งจองเท่านั้น ทำให้ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์ลดลงมาก ไม่มีของเหลือ ไม่ต้องแบกรับต้นทุนที่เกิดจากพิมพ์หลายร้อยหลายพันเล่มแบบระบบเก่าที่ต้องพิมพ์เป็นพันเล่มเพื่อให้ได้ราคาถูก และช่องทางสื่อสารทางเฟสบุ๊คก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้นักเขียนกับนักอ่านเจอกัน นักเขียนยุคใหม่ขยันโปรโมทผลงานและสร้างฐานคนอ่านได้เอง นำไปสู่ “การขายตรง”ระหว่างนักเขียนกับนักอ่านได้โดยตรง ไม่ต้องผ่านสำนักพิมพ์และหน้าร้านฝากขาย ซึ่งจะหักเปอร์เซ็นต์ในสัดส่วนที่สูงจนน่าตกใจ ผมว่าหลายๆ ปัจจัยที่เอ่ยมานี่แหละเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้นักเขียนหันมาทำมือกันเยอะขึ้น  สำหรับผมอีบุ๊คกับนิยายทำมือรายได้ดีกว่าผลงานที่ออกกับสำนักพิมพ์ครับ  หากแฟนคลับต้องการติดตามผลงานช่องทางที่ง่ายและสะดวกที่สุดก็คือเข้าเวปกูเกิ้ลแล้วค้นหาคำว่า “กาสะลองนิยาย” ก็จะเจอครับ หรือถ้าอยากติดต่อโดยตรงก็มาที่เฟสบุ๊คได้เลยนะครับ ค้นหาคำว่า “กาสะลอง นักเขียน” ก็จะเจอเหมือนกัน หรือจะติดต่อทางไลน์ก็ ID นี้นะครับ sf5350   ล่าสุดผมกำลังเขียน“รักต้องห้าม” เป็นนิยายชุดขนาดสั้นครับ สำหรับอีบุ๊คและรวมเล่มนิยายทำมือครับ ส่วนโปรเจคใหม่ๆ ก็จะมีออกมาเรื่อยๆ ครับ ฝากติดตามผลงานด้วยนะครับ”

                เฉลยคำถามนิยายของ“พลอยฝน” :  เงาอาถรรพ์

                คำถามนิยายของ“กาสะลอง” ทำมือเรื่องล่าสุดชื่อ?

ทราบคำตอบเขียนชื่อ - ที่อยู่และคำตอบ ลงไปรษณียบัตรส่งมาที่  เปิดหน้านักเขียน  32/15 ซ.ลาดพร้าว 23 แขวง จันทรเกษม เขต จตุจักร  กรุงเทพฯ 10900   ผู้ตอบถูก 3 ท่านจะได้รับหนังสือนิยายจาก  กาสะลอง (ขอบคุณที่สนับสนุนของรางวัล)